.
เช้าวันนี้ผมตื่นเร็วกว่าปกติ
ร่างกายยังรู้สึกอ่อนเพลีย แต่ก็ไม่สามารถข่มตานอนหลับต่อได้
ผมเดินลงมาชั้นล่าง เปิดประตูหน้าบ้าน และเปิดประตูกรงหมาเหมือนทุก ๆ เช้า
.
หมาแต้มยังคงงัวเงีย แม้ผมจะเปิดกรงแล้วแต่หมาแต้มยังนอนสลึมสลืออยู่
ผมเดินมานั่งที่ม้าหิน และมองไปที่กรงหมา
กรงหมาที่วันนี้ดูว่างเปล่า เพราะไม่มีหมาตาลนอนข้าง ๆ หมาแต้มอีกแล้ว
ผมนั่งร้องไห้เหมือนคนบ้าอยู่คนเดียวในรุ่งเช้าของวันศุกร์ที่สิบสี่
.
เช้าวันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน ปี 39 ผมตื่นลงมาพบว่า ไอ้แต้ม นอนตัวแข็งสงบนิ่งอยู่หน้าบ้าน
ไอ้แต้มเป็นหมาตัวเดียวที่ย้ายตามมาจากบ้านเก่า
อาจจะเพราะความตกใจที่ต้องปรับตัวกับสถานที่ใหม่ ไอ้แต้มจึงดูไม่ร่าเริงเหมือนตอนอยู่บ้านเก่า
ไอ้แต้มจากไปด้วยอายุสิบห้าปี
ในขณะที่บ้านเรากำลังอยู่ในบรรยากาศหมองเศร้าเพราะการจากไปของไอ้แต้ม
ผมได้เจอกับหมาตาล และหมาแต้ม
หมาตาล และหมาแต้มเป็นลูกหมาเพิ่งเกิดได้ไม่นานที่บ้านตรงข้ามกับบ้านยายที่ปทุม
ผมเลือกลูกหมามาสองตัว ตัวหนึ่งคือ หมาแต้ม เป็นตัวที่เล็กที่สุดในครอก และหน้าตาเหมือน ไอ้แต้มที่เพิ่งจากไป
อีกตัวคือ หมาตาล ที่หลาย ๆ คนคะยั้นคะยอให้เอาไปเลี้ยง เพราะเป็นตัวที่สวยที่สุดในครอก
แรก ๆ ผมสนใจแต่หมาแต้ม เพราะรู้สึกคุ้นตากับหมาขนสีขาวมีลายจุดแต้มทั่วตัวมากกว่าหมาขนสีน้ำตาล
หมาตาล เป็นหมาขนสีน้ำตาลตัวแรกที่ผมเคยเลี้ยงมา
" ให้ตัวนี้ชื่อ น้ำตาล" แม่บอกอบ่างนั้น แต่ไป ๆ มา ๆ เราก็เรียกแค่ ไอ้ตาล กันทั้งบ้าน
วันแรกที่หมาตาลมาถึงบ้าน ก็สร้างวีรกรรมเสียแล้ว
ลูกหมาสีน้ำตาลตัวหนึ่ง เอาขาหน้าเขี่ยปากร้องหงิง ๆ อย่างน่าสงสาร
ผมเดินเข้าไปดู ก็พบว่า ข้าวที่ให้หมาตาลกิน ติดเป็นก้อนอยู่บนเพดานปากหมาตาล
วันแรกเราก็รู้สึกได้แล้วว่าหมาตัวนี้ต้องเป็นตัวป่วนแน่ ๆ
และอย่างที่คิด หมาตาลยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งสร้างความปั่นป่วนให้กับบ้านเรามากมาย
หมาตาลฉี่ใส่ประตูเหล็กหน้าบ้าน จนประตูเหล็กผุพังเป็นสนิม จนต้องเปลี่ยนจากประตูเหล็กมาเป็นสเตนเลส
หมาตาลกระโดดโถมตัว ผลักประตูบ้านวิ่งขึ้นไปฉี่ที่ตู้หนังสือในห้องของผมบนชั้นสอง
หมาตาลไปติดขี้เรื้อนจนขนร่วงเป็นกระจุก ๆ ต้องวื่งหากำมะถันมาทาตัวกันให้วุ่น
หมาตาลนอนกรน และตดดังฟี้
ถึงหมาตาลจะวุ่นวายแค่ไหน แต่ผมก็หลงรักลูกอ้อนหมาตาลเข้าเต็มเปา
เวลาที่ผมกลับบ้าน ก่อนถึงบ้านผมมักจะหยิบพวงกุญแจออกมาทำเสียงกรุ๋งกริ๋ง ๆ ก่อนถึงบ้านสักเล็กน้อย
จะได้ยินเสียงหมาแต้มเห่ารับ และวิ่งมาชูคอลอดประตูหน้าบ้าน
ในขณะที่หมาตาลจะวิ่งหน้าตั้ง หาผ้าหรือสิ่งของต่าง ๆ มาคาบจนเต็มปากก่อน จึงค่อยเดินกระดิกหางออกมารับผมที่หน้าบ้าน
พอเข้าบ้าน ผมก็จะไปนั่งที่ม้าหิน หมาตาลก็จะเข้ามาเลียไม้เลียมือ เอาตัวมาไถ ๆ ซุก ๆ แถว ๆ ต้นขา
ผมก็จะเกา ๆ แถว ๆ โคนหางหมาตาล หมาตาลดูเหมือนจะจั๊กกะจี้ แต่ก็ชอบหันมาให้ผมเกาโคนหางอยู่ทุกที
เวลาเรากลับถึงบ้าน พอได้เห็นความมีชีวิตชีวาของหมาตาลก็ดูเหมือนจะช่วยคลายความเหนื่อยล้าไปได้มากโข
แต่ก็มีกับเพื่อนผมบางคนที่ไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้หมาตาลโกรธเคือง
หมาตาลจะเห่าเพื่อนผมคนนี้ตั้งแต่เข้าบ้าน และต่อเนื่องจนกว่าเพื่อนผมจะกลับ
ผมแอบคิดว่าหมาตาลอาจจะไม่ชอบกลิ่นตัวของเพื่อนผม
นอกจากความตลกความป่วนของหมาตาลแล้ว หมาตาลยังขึ้นชื่อเรื่องความสวย
ด้วยลักษณะที่ต่างจากหมาไทยทั่วไป หมาตาลเป็นหมาหูตูบ ๆ หน้าสั้น ๆ แต่มีขนเป็นแนวกลางหลังเหมือนหลังอาน
ต่างจากหลังอานตรงทีขนยาวสลวย ไม่เกรียน ๆ ติดหนังเหมือนหลังอานทั่ว ๆ ไป
หางของหมาตาลจะเป็นสีดำ เหมือนมีใครจับเอาหางหมาตาลไปจุ่มหมึกแคที่หางส่วนเดียว
โดยรวมแล้วหมาตาลจึงเป็นหมาที่ใครไปใครมาก็บอกว่าดูดี สวยไม่เหมือนหมาไทย
หมาตาลเป็นหมาไฮเปอร์
ทุกครั้งที่บ้านเราจะเอารถออกจากบ้าน จะต้องจับหมาตาลหมาแต้มเข้ากรงก่อน
ไม่งั้นหมาตาลหมาแต้มจะวิ่งยั้วเยี้ยด้วยความตื่นเต้นไปทั่วซอย
หมาแต้มยังพอว่า เพราะตะโกนเรียก ก็ยังวิ่งเข้าบ้าน
แต่หมาตาลจะวิ่งควบราวม้าป่าตั้งแต่หัวซอยยันท้ายซอย
แล้วก็จะวิ่งไปกัดกับหมาบ้านอื่น และแพ้กลับมา เป็นที่เดือดร้อนอับอายกับเจ้าของ
ถึงจะป่วนแค่ไหน แต่บ้านเราก็รักหมาตาล
.
หมาตาลอยู่ในช่วงเวลาที่บ้านผมมีการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่าง
หมาตาลเองก็ผ่านเวลาต่าง ๆ มามากมาย
วันเวลาได้ริดรอนเอาความมีชีวิตชีวาของหมาตาลไปทีละน้อย
หมาตาลอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ และก็ดูจะไม่ค่อยขี้เล่นเหมือนเมื่อก่อน
หมาตาลดูจะหมดเรี่ยวหมดแรง ไม่ค่อยเล่น ไม่ได้ยินเสียงกุญแจกรุ๋งกริ๋ง ไม่คาบผ้า
หมาตาลดูเหนื่อย ๆ และนอนหลับพริ้มหายใจเบา ๆ ในกรงเมื่อผมกลับมาจากที่ทำงาน
จนวันหนึ่งพี่ที่บ้านบอกว่าหมาตาลไม่กินข้าวมาสามวันแล้ว
ผมลงมาเปิดกรงพาหมาตาลออกมานอนข้างนอก และให้หมาตาลนอนหนุนตัก
หมาตาลดูเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังคงกระดิกหาง และเลียมือผมเบา ๆ อย่างเคย
ผมลูบหัว ลูบตัวหมาตาลเบา ๆ
พยายามหาโอวัลติน หานมให้ หมาตาลก็ดูเหมือนจะกินไม่ได้
วันรุ่งขึ้นน้าพาหมาตาลไปหาหมอ หมอเจาะเลือดและให้น้ำเกลือหมาตาล
ผลเลือดออกมาว่าหมาตาลโลหิตจาง อาจจะเพราะอายุที่มากขึ้น
และผมมารู้ทีหลังว่าผลเลือดหมาตาลนี้เรียกได้ว่าโคม่า จากแฟนเพื่อนที่เป็นสัตวแพทย์
และเขาแนะนำให้พาไปเจาะเลือดอีกครั้ง เพื่อดูผลให้ชัดเจนว่าเป็นโรคอื่น ๆ ด้วยหรือไม่
สันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวกับไต ซึ่งถ้าเป็นจริง ๆ ก็จะต้องพาหมาตาลไปถ่ายเลือด
แต่ผมคุยกับแม่แล้ว ด้วยอายุของหมาตาล เวลาเดินทางไปไหนก็ดูจะทำให้หมาตาลเหนื่อยมากขึ้นไปอีก
เราเลยตัดสินใจว่าจะดูแลหมาตาลในแบบที่เราพอทำได้
หมาตาลกินข้าวไม่ไหว เราก็กรอกนม หรืออาหารเหลว ๆ ให้แทน
หมาตาลที่นอนทั้งวัน เราก็พยายามจับพยุงให้เดินบ้าง ขาจะได้มีแรง
จนหมาตาลเริ่มดูสดใสขึ้นกว่าเดิม
.
เช้าวันพฤหัสที่สิบสาม ผมออกมาทักทายลูบหัวหมาตาลเหมือนทุกวัน
วันนี้หมาตาลดูเหนื่อยกว่าเคย และไม่มีแรงแม้แต่จะกระดิกหางให้ผม
ผมลูบหัวอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากบ้านไปทำงานตามปกติ
โดยไม่ได้คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นแม้แต่น้อย
วันนั้นผมกลับมาถึงบ้านตอนหัวค่ำ
ผมตรงไปเปิดกรงปล่อยหมาตาลหมาแต้มตามปกติอย่างเคย
หมาแต้มกระโดดผล็อยออกมาตามปกติ แต่หมาตาลนิ่งไป
นิ่งจนเกินไป
สภาพหมาตาลที่เห็นคือ นอนอ้าปาก น้ำลายไหล
ผมจับแขนจับขา หมาตาลก็นิ่ง ไม่มีอาการตอบโต้ใด ๆ
ผมมองที่ท้องหมาตาล
ไม่มีจังหวะหายใจกระเพื่อมขึ้นลง
โลกในวินาทีนั้นเหมือนจะหยุดนิ่งไม่ไหวติง
ผมโทรเรียกแม่ลงมาดูหมาตาลด้วยความตกใจ
แม่ถามว่าจะทำยังไงต่อไป
ผมอยากจะฝังหมาตาลไว้ที่บ้าน
แต่บ้านเราไม่มีพื้นที่หรือสวนให้ฝังหมาตาลได้เลย
แม่เริ่มร้องไห้พูดไม่เป็นภาษา ผมกับแม่ยืนกอดกันนิ่งยืนอยู่หน้ากรง ที่หมาตาลนอนหมดลมหายใจอย่างสงบ
แล้วผมก็ต้องทำในสิ่งที่ผมไม่อยากทำที่สุด
ผมลูบหัวหมาตาลครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะจับหมาตาลใส่ถุงดำ
และทิ้งหมาตาลไว้กับกองขยะ
จนถึงวินาทีนี้ผมก็ยังรู้สึกผิด ทั้งโกรธ และเกลียดตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้ดีกว่านั้น
ผมทิ้งความทรงจำ ทิ้งส่วนหนึ่งที่มีค่าที่สุดของชีวิตไปรวมกับกองขยะ
คืนวันนั้นผมไม่มีแม้น้ำตาสักหยด ผมต้องเข้มแข็ง และคอยปลอบแม่ที่ยังเศร้าโศกอยู่
.
เช้าวันที่สิบสี่ ผมตื่นเร็วกว่าปกติ
ร่างกายยังรู้สึกอ่อนเพลีย แต่ก็ไม่สามารถข่มตานอนหลับต่อได้
ผมเดินลงมาชั้นล่าง เปิดประตูหน้าบ้าน และเปิดประตูกรงหมาเหมือนทุก ๆ เช้า
หมาแต้มยังคงงัวเงีย แม้ผมจะเปิดกรงแล้วแต่หมาแต้มยังนอนสลึมสลืออยู่
ผมเดินมานั่งที่ม้าหิน และมองไปที่กรงหมา
กรงหมาที่วันนี้ดูว่างเปล่า เพราะไม่มีหมาตาลนอนข้าง ๆ หมาแต้มอีกแล้ว
น้ำตาค่อย ๆ ไหลเอ่อออกมา
ผมนั่งร้องไห้เหมือนคนบ้าอยู่คนเดียวในรุ่งเช้าของวันศุกร์ที่สิบสี่
ภาพที่โหดร้ายที่ผมทำกับหมาตาลยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
ผมออกไปทำงานตามปกติ แต่ผมไม่อยากกลับบ้าน
ผมไม่อยากเห็นสภาพเดิม ๆ ที่ทำให้ผมคิดถึงเรื่องเก่า ๆ
พยายามหาอะไรทำให้เวลาผ่าน ๆ ไป และกลับบ้านหลับไปด้วยความเพลีย
เพื่อนผมคนหนึ่งบอกว่า ไม่ผิดหรอก ที่ผมทิ้งหมาตาลไปกับกองขยะ มันเป็นเพราะความจำเป็นจริง ๆ
" หมาตาลคงเข้าใจ "
นั่นอาจจะเป็นเพียงคำพูดปลอบให้ผมรู้สึกดีขึ้น แต่ก็ยังคงขัดกับความรู้สึกลึก ๆ ในใจของผมอยู่ตลอด
วันนี้แม่บอกกับผมว่า แม่ก็รู้สึกไม่ดีที่ทำแบบนั้นลงไป
แม่เลยโทรไปถามที่เขตเมื่อวันก่อน ถามว่าหากสัตว์เลี้ยงที่ตายไป จะต้องทำอย่างไร
หากมีที่ฝังให้ฝัง
หากไม่มีที่ ให้โทรหาที่เขต ทางเขตจะมีเจ้าหน้าที่ไปรับ และมีสถานที่ฝังของเขตเอง
แต่ทั้งนี้ต้องติดต่อในเวลาราชการ และในเวลาที่เจ้าหน้าที่ว่างพอดี
แต่หากเป็นนอกเวลาราชการ ให้นำไปห่ออะไรก็ได้ไม่ให้อุจาดตา และกองรวมไว้ที่กองขยะ
เจ้าหน้าที่เก็บขยะจะต้องเปิดดูทุก ๆ ถุงที่เราทิ้ง และหากพบว่าเป็นสัตว์ที่ตาย แจ้าหน้าที่จะนำไปฝังให้
สิ่งที่แม่ไปถามมา อาจจะทำเพื่อให้เรารู้สึกสบายใจขึ้น หรืออย่างไรก็ตามแต่
อย่างน้อยผมก็ยังพอมีความหวังเล็ก ๆ ว่า หมาตาลจะได้รับการปฏิบัติที่ต่างจากขยะทั่ว ๆ ไป
.
ตลอดระยะเวลาสิบสองปีที่ผ่านมา
หมาตาลเป็นหมาที่ผมรักที่สุด
ตั้งแต่วันแรก จนวันสุดท้าย
ทุก ๆ สิ่งที่หมาตาลให้กับผมมา ล้วนเป็นความทรงจำที่มีค่า
ผมอาจจะทำอะไรไม่ดีกับหมาตาลลงไป
ผมอยากจะขอโทษหมาตาลกับสิ่งที่ผมได้ทำลงไป
และขอบคุณในสิ่งที่หมาตาลได้มอบให้กับผม
ผมยังจำดวงตาสดใสคู่นั้นได้เสมอ
หมาหูตูบ ขนเป็นอานสลวย หางสีดำเหมือนแกนจุ่มสี และขนสีน้ำตาลส้มสดใส
แด่หมาตาลที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป
.
.
.
Title : ลมหายใจ / Artist : ธีร์ ไชยเดช