.

.
1.
" ศึกษาเรื่องทำหนังสือเอาไว้นะ ถ้ากูหาทุนได้เมื่อไรเรามาลุยกัน "
เพื่อนของผมพูดขึ้นมา ก่อนที่จะเดินหายเข้าไปหลังฉากกระจกฝ้าในสนามบินก่อนการเดินทางสู่แดนไกล
คำพูดนั้นเขย่าความรู้สึกเดิม ๆ ที่นอนก้นให้ฟุ้งกระจายขึ้นมาอีกครั้ง
เดิมทีความตั้งใจแรกของผมในการเริ่มเขียนบล็อกก็เพราะอยากให้คนอื่น ๆ ได้อ่านเรื่องที่ผมเขียนบ้าง
ความรู้สึกที่อยากแบ่งปันเรื่องที่เราคิดเราเขียน และเสียงวิจารณ์เพื่อนำมาปรับปรุงให้คมคายขึ้น
ประสบการณ์ที่เราพบเจอถูกนำมาร้อยเรียงในรูปแบบภาษาของเราเองเป็นเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง
ความตื่นเต้นในขณะที่เฝ้ารอผลตอบรับจากคนที่อ่านเรื่องของเราจบ
และความสนุกในทุก ๆ ตัวอักษรถ่ายทอดจากปลายปากกาที่จรดลงบนกระดาษ
ผมแค่อยากเรียกความรู้สึกเดิม ๆ กลับมาอีกครั้ง
.
2.
เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกถึความเปลี่ยนแปลง
ครั้งแรกที่ผมย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้
บ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ถูกแบ่งเป็นสี่แปลงเท่า ๆ กัน
บ้านของผมเป็นหลังเดียวที่ปลูกอยู่ท่ามกลางพงหญ้าเขียวชอุ่ม
ก่อนหน้านี้พื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้านที่รกร้าง เต็มไปด้วยพงหญ้าต้นไม้ใหญ่ ตกกลางคืนมีเสียงจั๊กจั่นร้องระงมไปทั่ว
เยื้องไปทางหลังบ้านมีบ้านร้างเก่า ๆ ดูน่ากลัวอยู่หลังหนึ่ง
วันนี้ผมกลับคิดถึงบ้านไม้เก่า ๆ หลังนั้น
วันนี้ผมหันกลับไปมองบนที่ผืนเดิมที่ปัจจุบันกลายเป็นบ้านคอนกรีตหลังงามถาวรตั้งตระหง่านรอผู้เป็นเจ้าของเข้ามาพักอาศัย
วันนี้ที่ผมพยายามเงี่ยหูฟังเสียงจั๊กจั่น
กลับไม่มีแม้เสียงใบหญ้าต้องลม
ผมแค่อยากเรียกความรู้สึกเดิม ๆ กลับมาอีกครั้ง
.
3.
ผมเพิ่งได้รู้ข่าวจากเพื่อนคนหนึ่งว่าอาจจะต้องไปทำงานที่ต่างประเทศ
เวลา 6 เดือนอาจดูไม่ยาวนานนัก แต่ในความรู้สึกกลับยาวนานเป็นแรมปี
เพื่อนของผมเกือบสิบคนที่เดินทางไปทำภารกิจของตัวเอง ณ ดินแดนห่างไกล
จุดประสงค์ของแต่ละคนต่างกันออกไป
บางคนไปทำงาน บางคนไปศึกษาเล่าเรียน บางคนไปหาประสบการณ์
แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทุกคนต่างมุ่งหน้าสู่อนาคตของตัวเอง
ทุกคนต่างมีเส้นทางที่ตนเองเลือกเดิน
แต่บางอย่างลึก ๆ กลับเรียกร้องถึงช่วงเวลาเก่า ๆ ที่เราเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน
อยากได้พบหน้ากัน อยากพูดคุยเฮฮากันเหมือนก่อน
แต่ในวันนี้ไม่อาจทำได้อีกแล้ว
ผมแค่อยากเรียกความรู้สึกเดิม ๆ กลับมาอีกครั้ง
.
4.
ทั้ง ๆ ที่ตระหนักอยู่เสมอว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง
แต่ในบางครั้งคนเรากลับเลือกที่จะจ่อมจมอยู่กับห้วงเวลาหนึ่ง ๆ ในอดีต
เพราะวันวานนั้นน่าหลงใหล
เพราะวันวานมีช่วงเวลาแห่งความสุขที่เราอาจจะคิดว่าไม่มีทางจะหาได้อีกแล้วในอนาคต
และกักขังตนเองอยู่ในนั้น
แต่
เพราะวันวานไม่ใช่โซ่ตรวนที่ผูกจองจำ
เพราะวันวานไม่ใช่ของที่ระลึกสำหรับวันนี้
แต่
เพราะวันวานคือรากของวันนี้
และวันนี้คือรากของวันพรุ่ง
วันวานเป็นฐานอันหนักแน่นสำหรับมุ่งต่อไปในวันข้างหน้า
วันนี้อาจเทียบไม่ได้กับวันวานอันแสนหวาน
แต่เมื่อผ่านคืนนี้ไป วันนี้ก็จะกลายเป็นวันวาน
วันวานมีทั้งดีและร้าย
แต่เราเลือกที่จะจดจำแต่เรื่องที่ดี
หากแต่วันใดที่มีแต่เรื่องดี ๆ
เราจะเรียกร้องหาแต่สิ่งที่ดีกว่าไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้จักพอ
หากวันนี้ไม่รู้จักเจ็บปวด ก็จะไม่มีโอกาสรู้สึกถึงความสุขของวันพรุ่งได้
ระลึกถึงวันวานอย่างเป็นสุขได้ แต่อย่าจ่อมจมไปกับมัน
เพราะเวลาไม่เคยเดินถอยหลัง
ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง
จะดีหรือร้ายก็อยู่ที่เราเลือกที่จะทำในวันนี้
.
5.
ดินสอแท่งเดิมจรดลงบนกระดาษสีขาวอีกครั้ง
ตัวหนังสือที่ปรากฎขึ้นทีละตัวบนหน้ากระดาษ
คืออนาคตของผม
แน่นอน ผมจะทำให้เต็มที่
เพื่อวันพรุ่งนี้ ที่ผมจะทำหนังสือสักเล่ม ตามที่ผมได้สัญญาไว้
ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้
ผมเรียกความรู้สึกเดิม ๆ ในวันวานกลับมาได้อีกครั้ง
.
Title : Not Going Nowhere / Artist : Babyface