
เป็นครั้งแรกในรอบหลาย ๆ เดือนที่ผมนึกถึงความตายอีกครั้ง
.
วันนี้ผมเดินเข้าซอยบ้านมาตามปกติ
ผมมักจะล้วงเอากุญแจบ้านออกมาส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง ๆ ก่อนจะถึงบ้านสักพักหนึ่ง
ให้เจ้าสุนัขหน้ามึนสองตัว อันได้แก่ หมาตาล กับ หมาแต้ม รู้ตัว
หมาตาล กับ หมาแต้ม ก็จะวิ่งปรู๊ดมาชะเง้อคอรอคอยยิ่นหน้ายื่นตาต้อนรับการกลับบ้านของผม
หรือถ้าวันไหนผมกลับดึก หมาตาลกับหมาแต้มจะถูกขังอยู่ในกรง
เมื่อผมเดินเข้าไปใกล้ ๆ กรง หมาตาลกับหมาแต้มจะตะกุยกตะกายประตูกรง เพื่อจะออกมาเล่นกับผม
เป็นเช่นนี้อยู่ทุกวัน
วันนี้ผมก็เขย่าพวงกุญแจส่งเสียงกรุ๊งกริ๊ง ๆ ตามปกติ
เมื่อผมเดินเข้าบ้าน หมาตาลกับหมาแต้มก็อยู่ในกรงแล้ว
แต่วันนี้มีแต่หมาแต้มตัวเดียวที่กระดิกหางเมื่อเห็นหน้าผม
แต่หมาตาลหลับปุ๋ย ไม่รู้เรื่อง
ผมเปิดประตูกรงออก หมาแต้มยื่นหน้ามาเลียมือผม
แต่หมาตาลยังคงหลับปุ๋ย
เคยเห็นหมาหลับปุ๋ยมั้ยครับ ?
หลับแบบ หลับลึก หลับเอาจริงเอาจัง เหมือนคนนั่นแหละครับ
อาจจะดูว่าน่ารักดีนะ หมาหลับปุ๋ย
แต่ผมกลับรู้สึกอีกอย่าง
เห็นหมาตาลหลับปุ๋ยอยู่นิ่ง ๆใจผมคิดไปว่า หมาตาลไม่สบายอะไรหรือเปล่า
เพราะนี่เป็นครั้งที่สามในรอบสัปดาห์แล้วที่ผมกลับมาเจอหมาตาลหลับปุ๋ยขนาดนี้
ผมสะกิด และตบหัวหมาตาลเบา ๆ หมาตาลถึงตื่นขึ้นมาทำหน้างง ๆ
เมื่อเห็นหน้าผมก็กระดิกหางเลียไม้เลียมือตามปกติ
.
ปีนี้หมาตาลอายุครบ 11 ปี
หมาตาลในสมัยวัยรุ่น เป็นหมาไฮเปอร์ที่ชอบวิ่งวนไปวนมารอบบ้านได้ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย
ขนมันเป็นเงา จนใคร ๆ เห็นก็นึกว่าเป็นหมาที่มีลักษณะดีมีชาติตระกูล
ทั้ง ๆ ที่หมาตาลเองก็เป็นเชื่อสาย " มิดโรด " ทั่ว ๆ ไป
11 ปีคน คิดคร่าว ๆ เป็น 77 ปีหมา
ปีนี้หมาตาลย่างเข้าสู่วัยชรา จนผมรู้สึกได้
หมาตาลไม่ค่อยวิ่งเหมือนเก่า เดินอุ้ยอ้าย ๆ ไม่ค่อยมีแรงกระโดดตะกุยเสื้อผมเล่นเหมือนก่อน
ดวงตาหมาตาลดูเริ่มฝ้าฟาง
ใครบอกว่าหมาแก่ไม่มี " ขนหงอก " ล่ะก็ ผมคนนึงล่ะเถียงขาดใจ
.
ผมให้หมาตาลกับหมาแต้มเลียมือ และลูบหัวทั้งสองตัวเบา ๆ ก่อนจะปิดกรงอีกครั้ง
ขณะที่ไขกุญแจเข้าบ้าน ผมก็ตระหนักถึงอาการผิดปกติที่เกิดกับร่างกายของผมเมื่อช่วงเช้า
.
ทุก ๆ เช้าผมก็มักจะนั่งกินอาหารเช้าง่าย ๆ บนแหย่งตัวเดิม
นั่งดูคุณสรยุทธ และคุณกุ๊ก รายงานข่าวคราวตามหน้าหนังสือพิมพ์
ผมนั่ง ๆ กึ่งนอนบิดตัวไปมาอย่างขี้เกียจ เพราะร่างกายยังไม่ฟื้นจากสภาพนิทรารมณ์
เหลือบดูนาฬิกา ได้เวลาที่ผมจะต้องอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานตามปกติ
เมื่อผมลุกขึ้นจากท่าเอนตัว ผมต้องชะงัก
จู่ ๆ ผมก็ปวดแปล๊บที่หน้าอกข้างซ้ายอย่างแรง
ผมกุมหน้าอกตรงบริเวณที่ปวดนั้นอยู่พักใหญ่ ๆ กว่าจะลุกขึ้นได้
อาการปวดไม่ได้ทุเลาลง แต่ผมพอจะจับได้ว่า ทุกครั้งที่ผมหายใจเข้าจนสุดและกลั้นไว้ จะเกิดอาการปวดนี้ขึ้น
มันทำให้ผมไม่สามารถหายใจได้อย่างทั่วท้อง และเกิดอาการเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด
ชั่วขณะที่ผมรู้สึกถึงอาการปวด ผมตระหนักถึงความตาย
.
ผมมักจะคิดอยู่เสมอว่า ผมเองคงไม่ใช่คนที่จะอายุยืนอะไรนักหนา
บางทีนี่อาจจะเป็นสัญญาณเตือนถึงความทรุดโทรมของร่างกายที่ผมไม่ดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร
ใช้งานอย่างหนัก และไม่ดูแลสุขภาพร่างกาย
ถึงเป็นเครื่องจักรก็ต้องทรุดโทรมเป็นธรรมดา
ชีวิตมันก็เท่านี้เอง ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน
ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน
คนที่ดูแลสุขภาพร่างกายดี ๆ วันรุ่งขึ้นก็หัวใจวายตายได้
นับประสาอะไรกับคนที่ใช้ชีวิตเมืองแท้ ๆ แบบผม
ถ้าผมจะเป็นอะไรตายไปตอนนี้ ก็คงไม่แปลกอะไร
.
ขณะที่ผมกำลังพิมพ์เอนทรีนี้อยู่ ก็ยังคงมีอาการปวด ๆ จากการระบมอยู่บ้าง แต่ไม่รุนแรงเท่าตอนเช้า
และผมสามารถหายใจเข้าได้เต็มปอดแล้ว
ตอนนี้ผมกำลังคิดไปถึงโลกที่เราอยู่
.
หลาย ๆ ปีที่ผ่านมา มักมีข่าวเหตุการณ์ความวิปริตแปรปรวนของธรรมชาติอยู่เนือง ๆ
ใน Space Live ของผม เคยพูดถึงเรื่องนี้เอาไว้
ผมคิดว่าโลกกำลัง RESET ตัวเองอยู่
หลักการง่าย ๆ เหมือนกับคอมพิวเตอร์
ถ้ามันยุ่งเหยิงวุ่นวายนัก ก็ต้อง RESET มันสักที
ผมเปรียบมนุษย์ว่าเป็นเหมือนกับ เชื้อโรคที่กำลังทำร้ายสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า " โลก " อยู่
เหตุการณ์ภัยพิบัติต่าง ๆ กวาดล้างคร่าชีวิตมนุษย์มากมาย
เป็นหนึ่งในกระบวนการกวาดกล้าง ป้องกันตัวเองของ " โลก "
ผมคิดว่า " โลก " ก็มีชีวิต
และ " โลก " ก็ต้องมีการดับสูญ
" โลก " จะคงอยู่อีกนานเท่าไร
" โลก " จะคงอยู่ให้เราได้ตักตวงอีกนานเท่าไร
" โลก " จะยังหมุนอีกนานเท่าไร
ความแน่นอน คือความไม่แน่นอน
.
ผมหันไปมองที่กรงหมาตาล และหมาแต้ม
หมาตาลยังคงหลับปุ๋ย
ผมคิดว่า หมาตาลคงกำลังฝันดี
Title : Northern Lights / Artist : Lux